“ณเดชน์” เผย มีแพลนเรื่องแต่งงาน

เป็นทั้งคู่จิ้นคู่บุญคู่ขวัญและกัลยาณมิตรกันมากว่า 8 ปี เข้าปีที่ 9 จึงทำให้ ณเดชน์ คูกิมิยะ ยอมเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับสาว ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอมั่นคงมากขึ้น

“เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงกว่าที่ผ่านมา”

“ก็พยายามจะสม่ำเสมอ หมายถึงว่าถ้าทำอะไรได้ก็อยากทำ ไม่เชิงว่าหวานขึ้น ภาพที่ทุกคนเห็นในสื่อผมว่าก็ไม่ได้หวานอะไรนะ แต่อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้เห็นเลยรู้สึกว่ามันพิเศษ โดยส่วนตัวเราก็หวานกันในระดับนึง”

ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าเขาเคยกลัวการแต่งงานมีลูกนั้น ณ วันนี้ ของณเดชน์ ชายหนุ่มในวัย 27 ปี ตอบกับผู้สื่อข่าวด้วยท่าทียิ้มแย้มว่า ที่เคยบอกว่ากลัวไม่ใช่กังวลว่าหากมีครอบครัวแล้วงานจะน้อยลง

“ในส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกลัวว่างานจะน้อยลง หรือว่าภาพจะเป็นยังไง ผมว่าสุดท้ายเราอย่ามาเสียดายอะไรที่มันไม่ใช่คุณค่าของชีวิตจริงๆ ว่าเรามองอะไรกลับไปแล้วมันรู้สึกว่า เออ บางทีอะไรหลายๆ อย่างที่เราพลาดไปมันทำให้เป็นประสบการณ์ที่ดี แต่มันเสียเวลา มันทำร้ายจิตใจหรืออะไรก็ตาม”

“ผมว่าตอนนี้ในส่วนตัวแล้วมีความฝันไว้หมด ค่อยข้างเยอะมากๆ ถามว่ามีความพร้อมในทุกๆ อย่างที่จะแพลนอนาคตไว้ ถึงขั้นแล้วว่า อายุเท่านี้เงินที่มีทั้งหมด แบ่งบริหารส่วนนี้ให้ครอบครัว ส่วนนี้ให้ตัวเอง ส่วนนี้ให้หลาน ส่วนนี้ให้พ่อให้แม่ เราก็ต้องแพลนไว้ตั้งแต่ตอนนี้แล้ว”

เนื่องจากในอนาคตหากตนแต่งงานมีลูกก็อยากที่จะทุ่มเทเวลาให้ทายาทตัวน้อยอย่างเต็มที่

“ก็เลยทำให้อย่างน้อยเรารู้สึกว่าถึงงานจะไม่ค่อยมี เพราะถ้าแต่งงานมีลูก ผมว่าต้องให้เวลากับเขาเต็มๆ เพราะเราก็ไม่อยากเป็นพ่อแม่ที่ให้คนอื่นเลี้ยงลูกเรา เราต้องดูแลด้วยตัวของเราเอง เพราะมันคือหน้าที่ ถ้าเลือกที่จะมีก็ต้องมีเวลาให้กับเขา ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มี”

“ส่วนเรื่องแต่งงานสุดท้ายแล้วมันเป็นแค่ลายลักษณ์อักษรของคนสองคน มันเป็นความฝันของทุกๆ คู่ที่อยากจะมีงานแต่งงานที่สวยงาม แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดแก้ปัญหาด้วยอะไร ความเข้าใจก็ตาม การให้กำลังใจกัน”

“พอแต่งงานแล้วก็ต้องยึดตรงนี้เป็นหลักเสมอ”

“และก็ถ้าแต่งงานกันไปแล้วมันจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น พออยู่ด้วยกันมากขึ้นมันก็จะรู้นิสัย ต่างคนต่างรู้นิสัยกันมากขึ้นอีก ก็เลยทำให้ต่อไปจะเป็นอย่างไรเราก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉะนั้นก็เลือกที่จะคิดอะไรได้ถ้าอยากทำก็ทำเลยดีกว่า เรียกว่าทำ ณ วันนั้น สมมุติพรุ่งนี้รู้สึกอยากทำอย่างนี้ เดี๋ยวแพลนว่าจะทำอย่างนี้เลย ถ้าจะให้มาฝันต้องมีลูกกี่คน งานแต่งงานต้องเป็นแบบไหน คิดได้ฝันได้ เราก็พยายามที่จะเอามันออกไปด้วยไม่งั้นก็จะยึดติด”